Most Read Articles
Stephen Padilla, 6 days ago
Local clusters of the 2019 coronavirus disease (COVID-19) can be expected in countries with high travel volume from China before the lockdown of Wuhan and the institution of travel restrictions, according to a study in Singapore, wherein three initial clusters had been identified in February 2020: a tour group from China, a company conference, and a church.
Pearl Toh, 2 days ago
Every-two-month injections of the long-acting cabotegravir + rilpivirine were noninferior to once-monthly injections for virologic suppression at 48 weeks in people living with HIV*, according to the ATLAS-2M** study presented at CROI 2020 — thus providing a potential option with more convenient dosing.
22 Mar 2020
Sustained use of lopinavir-combined regimen appears to confer benefits among patients with the novel coronavirus disease (COVID-19), with improvement possibly indicated by increasing eosinophils, suggests a recent study.
5 days ago
COVID-19 is a novel disease, with no existing immunity. The virus can be transmitted from person to person, quickly and exponentially. Here’s what we can do to slow down the spread, if not contain the outbreak.

ภาวะทุพโภชนาการในโรงพยาบาล ภัยเงียบที่แพทย์ป้องกันได้

Assoc Prof. Kulapong Jayanama
MD
Chakri Naruebodindra Medical Institute
21 Feb 2020

ปัจจุบันแม้ว่าประชากรจะมีความรู้ทางด้านโภชนาการมากขึ้น และความสามารถในการเข้าถึงอาหารก็ดีขึ้นกว่าในอดีตมาก แต่ความชุกของภาวะทุพโภชนาการในประชากรทั่วไปยังคงมีอัตราสูงถึงร้อยละ 15 - 201 กลุ่มประชากรที่มีความเสี่ยงต่อภาวะทุพโภชนาการดังกล่าว เช่น ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาตัวในโรงพยาบาล ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้ป่วยโรคมะเร็ง ประชากรที่มีเศรษฐานะไม่ดี เป็นต้น ในผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลพบว่ามีความชุกของภาวะทุพโภชนาการสูงเกือบร้อยละ 402 โดยในประเทศไทยพบว่าผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลเกินกว่าครึ่งมีภาวะทุพโภชนาการ3

malntr1

ภาวะทุพโภชนาการในผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลมีสาเหตุมาจากความต้องการพลังงานของร่างกายที่สูงขึ้นอันเนื่องจากภาวะความเครียด การติดเชื้อ และกระบวนการอักเสบ มีภาวะเบื่ออาหาร ถูกจำกัดอาหารเกินความจำเป็น และมีภาวะความเจ็บป่วยที่ส่งผลต่อการรับประทานและการดูดซึมสารอาหาร เช่น การกลืนลำบาก อุจจาระร่วง การปวดอืดท้อง การขาดเอนไซม์ที่ช่วยในการย่อยอาหาร ลำไส้อุดตัน เป็นต้น โดยผู้ป่วยอุบัติเหตุ ผู้ป่วยไฟไหม้ ผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดใหญ่และผู้ป่วยสูงอายุ จัดเป็นกลุ่มผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงต่อภาวะดังกล่าว เมื่อร่างกายขาดอาหารจะทำให้เกิดความผิดปกติของกระบวนการเมตาบอลิสม ทำให้มีภาวะอ่อนเพลีย การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันผิดปกติ และกระบวนการซ่อมแซมของอวัยวะต่าง ๆ ลดลง การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ส่งผลให้ผู้ที่มีภาวะทุพโภชนาการมีความเสี่ยงต่อภาวะความเจ็บป่วย ความทุพพลภาพ และการตายที่เพิ่มขึ้น

การตรวจและวินิจฉัยความเสี่ยงต่อภาวะทุพโภชนาการตั้งแต่เริ่มต้นจึงมีความสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ในผู้ป่วย ในปัจจุบันเครื่องมือที่ใช้ในการคัดกรองภาวะทุพโภชนาการมีอยู่หลายชนิดซึ่งเครื่องมือที่ได้รับความนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายเช่น Subjective global assessment (SGA), Malnutrition universal screening tools (MUST), Nutritional risk screening-2002 (NRS-2002), Mini-nutritional assessment-short form (MNA-SF), Malnutrition screening tool (MST) เป็นต้น สำหรับประเทศไทยทางสมาคมผู้ให้อาหารทางหลอดเลือดดำและทางเดินอาหารแห่งประเทศไทย (Society of Parenteral and Enteral Nutrition of Thailand; SPENT) แนะนำให้ทำการคัดกรองและประเมินภาวะทุพโภชนาการในผู้ป่วยทุกคนที่ได้รับการรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในของโรงพยาบาล โดยแนะนำให้ใช้แบบคัดกรอง SPENT nutrition screening tool และใช้แบบประเมิน Nutrition Alert Form (NAF) หรือ Nutrition triage 2013 (NT 2013)4

NAF5 เป็นแบบคัดกรองและประเมินความเสี่ยงต่อภาวะทุพโภชนาการซึ่งพัฒนามาจากแบบคัดกรอง SGA โดยศาสตราจารย์ (เกียรติคุณ) นายแพทย์ สุรัตน์ โคมินทร์ และได้รับการทดสอบในคนไทยแล้ว แบบคัดกรองและประเมินนี้ประกอบด้วยหัวข้อการประเมินทั้งหมด 8 ด้านได้แก่ น้ำหนักและดัชนีมวลกาย โครงสร้างร่างกาย การเปลี่ยนแปลงของน้ำหนัก ลักษณะและปริมาณอาหารที่รับประทาน อาการของระบบทางเดินอาหาร ความสามารถในการทำงาน โรคประจำตัว และ ระดับอัลบูมินหรือจำนวนเม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซต์ในเลือด

ในผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ภาวะทุพโภชนาการส่งผลให้ผู้ป่วยมีภาวะแทรกซ้อนจากตัวโรคและการรักษาเพิ่มขึ้น เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และเพิ่มอัตราการตาย จากการศึกษาของณัฐพิมณฑ์ ภิรมย์เมือง และคณะ6ในผู้ใหญ่คนไทยที่เข้ารับการรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในในโรงพยาบาลระดับตติยภูมิ พบว่าความชุกของภาวะทุพโภชนาการจากการประเมินด้วยแบบประเมิน NAF (NAF score >10) ในผู้ป่วยกลุ่มนี้มีจำนวนร้อยละ 15.3 ผู้ป่วยที่มีภาวะทุพโภชนาการรุนแรงมีระยะเวลาการนอนโรงพยาบาลที่นานขึ้น 10.8 วัน และมีค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่สูงขึ้น 193,809.59 บาท เมื่อเทียบกันผู้ป่วยที่ไม่มีภาวะทุพโภชนาการ และผู้ป่วยสูงอายุจัดเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะเกิดภาวะทุพโภชนาการซึ่งจะทำให้มีระยะเวลาการนอนโรงพยาบาลและค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่สูงขึ้น

จากการศึกษาของสมบูรณ์ ทรัพย์วงศ์เจริญ และคณะ7 ในกลุ่มผู้ป่วยศัลยกรรม พบว่าความชุกของภาวะทุพโภชนาการจากการประเมินด้วยแบบประเมิน SGA (SGA ระดับ B และ C) ในผู้ป่วยกลุ่มนี้มีจำนวนร้อยละ 18.5 และพบว่าผู้ป่วยที่มีภาวะทุพโภชนาการมีค่าใช้จ่ายในการรักษาและระยะเวลาในการรักษาตัวในโรงพยาบาลที่สูงกว่าผู้ป่วยที่ไม่มีภาวะทุพโภชนาการทั้งในกลุ่มผู้ป่วยที่เป็นและไม่เป็นโรคมะเร็ง นอกจากผลลัพธ์ทางตรงดังกล่าวแล้ว ภาวะทุพโภชนาการยังส่งผลเสียทางอ้อมในด้านการใช้ทรัพยากรทางสาธารณสุขของประเทศที่เพิ่มขึ้น มีภาระงานของบุคลากรทางการแพทย์เพิ่มขึ้น และผู้ป่วยและญาติยังต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายนอกเหนือจากค่ารักษาพยาบาลโดยตรงอีกด้วย

การป้องกันและรักษาภาวะทุพโภชนาการในผู้ป่วยที่รักษาตัวในโรงพยาบาลจึงเป็นสิ่งสำคัญ ผู้ป่วยที่ถูกประเมินว่ามีภาวะทุพโภชนาการควรได้รับการดูแลทางโภชนบำบัดอย่างรวดเร็วและควรได้รับการติดตามอย่างใกล้ชิด การให้โภชนบำบัดนั้นควรทราบสาเหตุของภาวะทุพโภชนาการ และความต้องการพลังงานและสารอาหารของผู้ป่วยก่อน สำหรับช่องทางการให้โภชนบำบัดนั้นควรเริ่มด้วยการให้อาหารเข้าทางเดินอาหารเป็นอย่างแรก หากไม่มีข้อห้าม เช่น ภาวะลำไส้อุดตัน การดูดซึมสารอาหารบกพร่อง การเคลื่อนไหวของลำไส้ผิดปกติ มีภาวะที่ต้องการให้ลำไส้ได้พัก เป็นต้น กรณีที่ผู้ป่วยยังสามารถรับประทานอาหารเองได้และมีแนวโน้มจะสามารถได้รับพลังงานและสารอาหารเพียงพอตามความต้องการของร่างกายด้วยการกิน

ทั้งนี้ การให้โภชนบำบัดโดยโดยการให้อาหารเสริมทางการแพทย์ (oral nutritional support; ONS) เป็นวิธีการที่คุ้มค่าและมีประสิทธิผลดีมาก โดยช่วยให้ภาวะโภชนาการดีขึ้น รักษามวลกล้ามเนื้อ ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น ลดระยะเวลาในการรักษาตัวในโรงพยาบาล ลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ลดอัตราการกลับมานอนโรงพยาบาล และลดอัตราการตาย8,9 หากผู้ป่วยไม่สามารถรับประทานได้จึงค่อยพิจารณาให้สารอาหารทางสายให้อาหารเข้าทางเดินอาหาร และทางหลอดเลือดดำ ต่อไปตามลำดับ                                                                                

กล่าวโดยสรุป ภาวะทุพโภชนาการในผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเป็นปัญหาที่สำคัญ และก่อให้เกิดผลเสียต่อผู้ป่วยเช่น เพิ่มอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อน ระยะเวลาการนอนโรงพยาบาล ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ตลอดจนเพิ่มอัตราการตาย ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลทุกรายจึงควรได้รับการคัดกรองและประเมินความเสี่ยงต่อภาวะทุพโภชนาการ และหากพบว่าผู้ป่วยมีความเสี่ยงหรือมีภาวะทุพโภชนาการควรได้รับการดูแลทางโภชนบำบัดอย่างทันที

อย่างไรก็ตาม การให้อาหารเสริมทางการแพทย์นับเป็นการให้โภชนบำบัดวิธีหนึ่งที่ให้ผลคุ้มค่าและมีประสิทธิผลดีมาก ในแง่ที่ช่วยให้ภาวะโภชนาการดีขึ้น ทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดีขึ้น และลดผลลัพธ์ในเชิงลบที่เกิดจากภาวะทุพโภชนาการดังกล่าวมาแล้วข้างต้น

 malntr2

Digital Edition
Asia's trusted medical magazine for healthcare professionals. Get your MIMS Doctor - Thailand digital copy today!
Sign In To Download
Editor's Recommendations
Most Read Articles
Stephen Padilla, 6 days ago
Local clusters of the 2019 coronavirus disease (COVID-19) can be expected in countries with high travel volume from China before the lockdown of Wuhan and the institution of travel restrictions, according to a study in Singapore, wherein three initial clusters had been identified in February 2020: a tour group from China, a company conference, and a church.
Pearl Toh, 2 days ago
Every-two-month injections of the long-acting cabotegravir + rilpivirine were noninferior to once-monthly injections for virologic suppression at 48 weeks in people living with HIV*, according to the ATLAS-2M** study presented at CROI 2020 — thus providing a potential option with more convenient dosing.
22 Mar 2020
Sustained use of lopinavir-combined regimen appears to confer benefits among patients with the novel coronavirus disease (COVID-19), with improvement possibly indicated by increasing eosinophils, suggests a recent study.
5 days ago
COVID-19 is a novel disease, with no existing immunity. The virus can be transmitted from person to person, quickly and exponentially. Here’s what we can do to slow down the spread, if not contain the outbreak.